กฤษมันต์ วัฒนาณรงค์

  • การศึกษาไทย

    ความคิด ความเห็น สำหรับแนวทางการจัดการศึกษาของประเทศไทย

    ความเห็นเกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา กับ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ....

                      การเสนอ "เหตุผล" ประกอบการเสนอร่าง พรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ... (ฉบับที่กำลังดำเนินการอยู่ในปลายปี พ.ศ. 2562) และการบรรจุสาระต่าง ๆ ไว้ในร่าง พรบ. ดังกล่าวเพื่อให้การปฏิรูปการศึกษาสัมฤทธิ์ผลตามวัตถุประสงค์นั้น ไม่อาจแก้ปัญหาการศึกษาของชาติได้ เนื่องจากแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาไม่มีความบริบูรณ์ที่แสดงถึงปัญหาการศึกษาของชาติได้อย่างครบถ้วน นอกจากนั้นปัญหาที่แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานำเสนอไม่เป็นปัญหาในระดับ มหภาค (Macro Level) ที่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง นโยบาย หรือระบบ ถึงระดับที่จำเป็นต้องใช้กลไกทางกฎหมายระดับ พรบ. ในการแก้ไขปัญหา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (ตามที่ปรากฎใน "สรุปรายงานสำหรับผู้บริหาร" ของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา) ได้นำเสนอการปฏิรูปที่เป็นเพียงปัญหาระดับ จุลภาค (Micro Level) ที่เกิดขึ้นและแก้ไขได้ในการดำเนินงานระดับสถานศึกษาหรือเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่ง พรบ. การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ใช้อยู่ไม่เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำเนินการเพื่อปฏิรูปหรือแก้ปัญหาการศึกษาที่ระบุไว้ในแผนปฏิรูปการศึกษาไทยทั้ง 7 เรื่อง อีกทั้งปัญหาอื่น ๆ ที่แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาไม่ได้กล่าวถึงไว้โดยใช้งบประมาณสูงถึง 107,066.7 ล้านบาท (หนึงแสนเจ็ดพันหกสิบหกล้านเจ็ดแสนบาทถ้วน) ดังนี้

    แผนการปฏิรูปการศึกษา 7 เรื่องได้แก่

    เรื่องที่ 1. การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยรวมของประเทศ (โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่และกฏหมายลำดับรอง) ใช้งบประมาณ 115 ล้านบาท

    เรื่องที่ 2. การปฏิรูปการพัฒนาเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน ใช้งบประมาณ 2,630 ล้านบาท

    เรื่องที่ 3. การปฏิรูปเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ใช้งบประมาณ 89,410 ล้านบาท

    เรื่องที่ 4. การปฏิรูปกลไกและระบบการผลิต คัดกรอง และพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครู และอาจารย์ ใช้งบประมาณ 7,303.5 ล้านบาท

    เรื่องที่ี 5. การปฏิรูปหลักสูตร การเรียนรู้ และการประเมินผลการศึกษา ใช้งบประมาณ 6,265.5 ล้านบาท

    เรื่องที่ 6. การปรับโครงสร้างของหน่วยงานในระบบการศึกษา เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษา ใช้งบประมาณ 173.5 ล้านบาท

    เรื่องที่ 7. การปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้โดยการพลิกโฉมด้วยระบบดิจิทัล ใช้งบประมาณ 1,178.2 ล้านบาท

                      แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และร่างพรบ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... มีสาระที่ได้รับอิทธิพลจากแนวคิดปรัชญาหลังสมัยใหม่ (Postmodernism) ซึ่งต้องการให้ผู้เรียนที่เป็นพลเมืองของชาติ มีความเป็นตัวของตัวเอง สังเคราะห์และสร้างความรู้ด้วยตนเอง และปรัชญาอัตภาวนิยม (Existentialism) ที่หลักสูตรไม่เน้นเนื้อหาสาระ สิ่งที่จะเรียนจะเป็นเครื่องมือที่ผู้เรียนพัฒนาความรู้ด้วยตนเอง รับผิดชอบตนเองโดยอาศัยเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นฐาน รวมทั้งปรัชญาประสบการณ์นิยม (Pragmatism) ซึ่งให้ความสำคัญกับกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาสาระ เป็นต้น นอกจากนั้นวัตถุประสงค์ของการจัดการศึกษาให้กับพลเมืองของชาติยังมุ่งเน้นให้พลเมือง "เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยการผลิต" มากกว่าจะเป็นการจัดการศึกษาเพื่อ "พัฒนาความเป็นมนุษย์" ที่มีความสุขและสังคมที่มีความสงบสุขตามแบบวิถีไทย เช่นการที่จะนำเอาหลักสูตรแบบฐานสมรรถนะมาใช้กับการศึกษาพื้นฐาน ซึ่งหลักสูตรฐานสมรรถนะนั้นออกแบบไว้สำหรับหลักสูตรอาชีวศึกษาและการฝึกอาชีพเป็นสำคัญ การจัดการศึกษาให้กับพลเมืองของไทยนั้นต้องสร้าง และรักษาคุณลักษณะของความเป็นพลเมืองไทย อัตลักษณ์ของความเป็นไทยในสังคมประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ซึ่งเนื้อหาสาระเหล่านี้เป็นความรู้พื้นฐานที่สำคัญสำหรับพลเมือง ซึ่ง พรบ. การศึกษาแห่งชาติฉบับที่ใช้อยู่ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการจัดการศึกษาให้กับพลเมืองไทยที่มีคุณลักษณะดังกล่าว ประกอบกับโครงสร้างการบริหารกระทรวงศึกษาธิการตาม พรบ. ฉบับใหม่นั้นไม่ส่งเสริมการกระจายอำนาจ และยังเป็นการสร้างความสับสน ขัดแย้งกับธรรมชาติของวิชาชีพครู อาจารย์ และนักการศึกษาที่ควรมีเสรีภาพทางวิชาการ ดังนั้นการที่จะยกเลิก พรบ. การศึกษาแห่งชาติที่ใช้อยู่ และนำ ร่างพรบ. การศึกษาแห่งชาติฉบับที่กำลังดำเนินการเพื่อประกาศใช้นั้น จึงยังไม่เป็นการสมควร

    การที่แผนการปฏิรูปการศึกษายังขาดความสมบูรณ์ในการแสดงถึงปัญหาการศึกษาที่เร่งด่วน แท้จริง และจำเป็นต้องแก้ไขด้วยการออกเป็น พรบ. การศึกษาฉบับใหม่จึงควรมีการศึกษาเพิ่มเติมถึงระดับของปัญหาการศึกษาไทยและทบทวนปรัชญาการศึกษาในปัจจุบันที่เหมาะสมและทันสมัย ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก และสามารถนำสังคมหรือประเทศให้สามารถพัฒนาได้อย่างยั่งยืน ไม่อยู่ภายใต้กระแสหรืออิทธิพลที่ผ่านเข้ามาเป็นระยะๆ และสังคม ประเทศชาติต้องมีความมั่นคง จะไม่ถูกทำให้แตกออกเป็นส่วน ๆ (Disruption) หรือสลายไป อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการทบทวนสภาพปัญหาและทำแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาเสียใหม่ให้มีความบริบูรณ์ มีความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจึงเป็นความความสำคัญเร่งด่วนก่อน เพื่อให้ทราบถึงปัญหาที่แท้จริง ไม่มีความขัดหรือแย้งกันในการชี้ประเด็นปัญหาการศึกษาของชาติ เพื่อหาแนวทางแก้ไข และการสร้างเหตุปัจจัยต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้แผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษาบรรลุวัตถุประสงค์ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งอาจไม่มีความจำเป็นต้องยกเลิก พรบ. การศึกษาแห่งชาติที่ใช้อยู่ปัจจุบันก็ได้ เพียงแต่แก้ไข ปรับปรุงระเบียบ คำสั่ง บางประการที่เป็นปัญหาและอุปสรรคของการบริหารจัดการเท่านั้นก็สามารถพัฒนาคุณภาพของการจัดการศึกษาได้อย่างดี

                      การดำเนินการเพื่อปฏิรูปการศึกษาที่จะเกิดขึ้นนี้ และใช้งบประมาณกว่าแสนล้านบาทนี้ ควรมีความรอบคอบและศึกษาความผิดพลาดในอดีตเป็นบทเรียนสำคัญ ไม่ควรใช้กระบวนการศึกษาของชาติในลักษณะที่เป็น  “การทดลองใช้ไปก่อน” หรือ ทำตามความรู้ ความเข้าใจ หรือความรู้สึกนึกคิดของกลุ่มนักวิชาการบางกลุ่มเท่านั้น หรือ มีธงคำตอบไว้แล้วโดยผู้มีอำนาจ แต่ควรเป็นการดำเนินการที่ประกอบด้วยการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ให้ผู้เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมมากกว่านี้ ไม่มีความขัดแย้งกันเองในผลการศึกษาหรืองานวิจัยที่เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาของชาติที่จัดทำโดยนักวิชาการ หรือหน่วยงานทางการศึกษาของรัฐเอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในประสิทธิภาพ ประสิทธิผลที่จะเกิดขึ้นจากการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ของประเทศไทย     

    Article Count:
    5